วันสำคัญที่เราควรรู้
"วันภาษาไทยแห่งชาติ" วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ของทุกปีเป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ

วันภาษาไทยแห่งชาติ 29 ก.ค. วันภาษาไทย

รู้กันหรือไม่ว่าภาษาไทยที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ ก็มีวันที่ระลึกถึงภาษาไทยของเราด้วยเหมือนกัน โดยในวันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี ประเทศไทยได้กำหนดให้เป็น “วันภาษาไทยแห่งชาติ”

ความเป็นมาของวันภาษาไทยแห่งชาติ

สืบเนื่องจากคณะกรรมการรณรงค์เพื่อภาษาไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทย และมีความห่วงใยในปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อภาษาไทย รวมถึงเพื่อกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกให้คนไทยทั้งชาติได้ตระหนักถึงคุณค่าและ ความสำคัญของภาษาไทย ตลอดจนร่วมมือกันทำนุบำรุง ส่งเสริม และอนุรักษ์ภาษาไทยให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป จึงได้เสนอขอให้รัฐบาลประกาศให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี เป็น วันภาษาไทยแห่งชาติ เช่นเดียวกับวันสำคัญอื่นๆ ที่รัฐบาลได้จัดให้มีมาก่อนแล้ว เช่น วันวิทยาศาสตร์,วันสื่อสารแห่งชาติ เป็นต้น และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 เห็นชอบให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ

เหตุผลที่เลือกวันที่ 29 กรกฎาคม เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ

สำหรับเหตุผลที่เลือกวันที่ 29 กรกฎาคม เป็น วันภาษาไทยแห่งชาติ นั้นเพราะวันดังกล่าว ตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธาน และทรงร่วมอภิปรายในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ห้องประชุมคณะอักษรศาสตร์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 ทรงเปิดอภิปรายในหัวข้อ “ปัญหาการใช้คำไทย” โดยพระองค์ทรงดำเนินการอภิปรายและทรงสรุปการอภิปราย ที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถและความสนพระราชหฤทัยรวมถึงความห่วงใยในภาษาไทย ซึ่งเป็นที่ประทับใจกับผู้ร่วมเข้าประชุมในครั้งนั้นเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนั้น มีใจความตอนหนึ่งว่า “เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษาก็มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่าวิธีใช้คำมาประกอบประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สามคือความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้… สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็นในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่ายๆ ก็ควรจะมี ควรจะใช้คำเก่าๆ ที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก…”

นับเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของวงการภาษาไทย ที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ซึ่งในโอกาสต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้ทรงแสดงความสนพระราชหฤทัย และความห่วงใยในภาษาไทยอีกหลายโอกาส อย่างในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 ที่ได้ทรงมีพระบรมราโชวาทตอนหนึ่งว่า “ในปัจจุบันนี้ปรากฏว่า ได้มีการใช้คำออกจะฟุ่มเฟือย และไม่ตรงกับความหมายอันแท้จริงอยู่เนืองๆ ทั้งออกเสียงก็ไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี ถ้าปล่อยให้เป็นไปดังนี้ ภาษาของเราก็มีแต่จะทรุดโทรม ชาติไทยเรามีภาษาของเราใช้เองเป็นสิ่งอันประเสริฐอยู่แล้ว เป็นมรดกอันมีค่าตกทอดมาถึงเราทุกคนจึงมีหน้าที่จะต้องรักษาไว้ ฉะนั้นจึงขอให้บรรดานิสิตและบัณฑิต ตลอดจนครูบาอาจารย์ได้ช่วยกันรักษาและส่งเสริมภาษาไทย ซึ่งเป็นอุปกรณ์และหลักประกันเพื่อความเจริญวัฒนาของประเทศชาติ”

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังมีพระปรีชาญาณและพระอัจฉริยะภาพในการใช้ภาษาไทย ทรงรอบรู้ปราดเปรื่องถึงรากศัพท์ของคำไทย คือ ภาษาบาลีและสันสกฤต ทรงพระอุตสาหะวิริยะแปลและเรียบเรียงวรรณกรรมภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยที่ สมบูรณ์ด้วยลักษณะวรรณศิลป์ มีเนื้อหาสาระที่มีคุณค่า เป็นคติในการเสียสละเพื่อส่วนรวม และเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนในการใช้ภาษาไทย ดังจะเห็นได้จากพระราชนิพนธ์แปลเรื่องนายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ ติโต พระราชนิพนธ์แปลบทความเรื่องสั้นๆ หลายบท และพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก เป็นต้น

ในปี 2554 คณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกได้ดำเนินการสรรหาและคัดเลือกบุคคลผู้มีผลงานด้านการใช้ภาษาไทยหรือภาษาไทยถิ่นได้อย่างเหมาะสม มีความสามารถ ความชำนาญ มีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับ โดยมีผู้ที่ได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและมอบรางวัลเป็นผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น พุทธศักราช 2554    ประกอบด้วย

ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย 13 คน ได้แก่

๑.พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตโต)

๒.ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิ่งแก้ว อัตถากร

๓.คุณหญิงคณิตา เลขะกุล

๔.นายชอุ่ม ปัญจพรรค์

๕.นายช่วย พูลเพิ่ม

๖.ศาสตราจารย์ธวัช ปุณโณทก

๗.ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล

๘. ผู้ช่วยศาสตราจารย์มะเนาะ ยูเด็น

๙. ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิจินตน์ ภาณุพงศ์

๑๐. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิพุธ โสภวงศ์

๑๑. พลตรีหม่อมราชวงศ์ศุภวัฒย์ เกษมศรี

๑๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ร้อยเอกเสนีย์ วิลาวรรณ

๑๓. นายอาจิณ จันทรัมพร

ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น 15 คน

๑. นายกันตชาติ เกษมสันต์ ณ อยุธยา

๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร

๓. นายธีรภาพ โลหิตกุล

๔. นางสาวนภา หวังในธรรม

๕. นายนิติพงษ์ ห่อนาค

๖. พลตรีประพาศ ศกุนตนาค

๗. นายประภัสสร เสวิกุล

๘. นายปราโมทย์ สัชฌุกร

๙. นายศักดิ์สิริ มีสมสืบ

๑๐. นายศุ บุญเลี้ยง

๑๑. นางสินจัย เปล่งพานิช

๑๒. นาวาอากาศโทสุมาลี วีระวงศ์

๑๓. นายสัญญา คุณากร

๑๔. นางอารีย์ นักดนตรี

๑๕. นายเอนก นาวิกมูล

ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นชาวต่างประเทศ 2 คน ได้แก่

๑. ศาสนาจารย์ ดร. เอสเธอร์ เวคแมน

๒. นางศริสตี แอนน์ เคนนีย์ บราวน์ฟิลด์

ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น 9 คน ได้แก่

๑. พระราชประสิทธิคุณ (สุนันท์ สุภาจาโร)

๒. ดร.ฉันทัส ทองช่วย

๓. นางสาวนฤมล มั่นวงศ์วิโรจน์

๔. นายบุญธรรม  เทิดเกียรติชาติ

๔. นายพงษ์เทพ  กระโดนชำนาญ

๖. นายมนัส สุขสาย

๗. นายเมืองดี นนทะธรรม

๘. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สนิท บุญฤทธิ์

๙. นายอินตา เลาคำ

รางวัลการประพันธ์เพลงดีเด่นด้านภาษาไทย ประเภทการประพันธ์คำร้องเพลงไทยสากล

รางวัลชนะเลิศ เพลงบ้านเราจะเหมือนเดิม ผู้ประพันธ์ นายประภาส ชลศรานนท์

รางวัลชมเชย 2 รางวัล เพลงกราบดิน ผู้ประพันธ์นายปฏิเวธ อุทัยเฉลิม (ฟองเบียร์) และเพลงเพลงของเธอ ผู้ประพันธ์ นายสุทธิพงษ์ สมบัติจินดา

ประเภทการประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง

รางวัลชนะเลิศ เพลงเทียนไขไฟฟ้า ผู้ประพันธ์ นายสิปปภาส รักวงค์ (ปาน ประกาศิต)

รางวัลชมเชย 2 รางวัล คือเพลงสัญญาก่อนนอน ผู้ประพันธ์ นายสร่างศัลย์ เรืองศรี (หนู มิเตอร์ อาร์สยาม) และเพลงรางวัลคนสู้ผู้ประพันธ์ นายศิวพล เพชรทอง (หลุยส์ ท่าศาลา)

ประเภทขับร้องเพลงดีเด่นด้านภาษาไทย เพลงไทยสากลชาย

รางวัลชนะเลิศ เพลงลิขิตรักจากเบื้องบน ผู้ขับร้องโดยนายอุเทน พรหมมินทร์

รางวัลชมเชย เพลงหวังดีประสงค์รัก นายนภัทร อินทร์ใจเอื้อ(กัน เดอะสตาร์) และเพลงเสียงในความเงียบ นายสุวีระ บุญรอด (คิว วงฟลัวร์)

ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยสากลหญิง

รางวัลชนะเลิศ เพลงขอไปให้ถึงดาว น.ส.ธนพร แวกประยูร (ปาน  ธนพร)

รางวัลชมเชย เพลงแค่คำ ๆ เดียว น.ส.วิชญาณี  เปียกลิ่น (แก้ม เดอะสตาร์) และเพลงดาวเรือง เด็กหญิงลวัศย์สร พลายสวาท

ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย

รางวัลชนะเลิศ เพลงสัญญาก่อนนอน นายสร่างศัลย์ เรืองศรี (หนูมิเตอร์  อาร์สยาม)

รางวัลชมเชย เพลงทุกหยาดเหงื่อเพื่อเธอ ขับร้องโดยพันจ่าอากาศเอก วีรยุทธิ์ นานช้า (บ่าววี อาร์สยาม) และเพลงหวานไม่เป็น นายจเร ภู่ทอง (สันติ

พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตโต) ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ปี พ.ศ. ๒๕๕๔
นักแสดงอาวุโสรอง เค้ามูลคดีและภรรยาก็เคยได้รางวัลผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น
พณฯชวน หลีกภัย ท่านก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ใช้ภาษาไทยได้ดี
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้ใช้ภาษาไทยได้ดีอีกท่านหนึ่ง
โพสเมื่อ : 14 ก.ค. 2554,20:23   อ่าน 7684 ครั้ง