ตำนานเมืองตรัง
ตำนานเมืองตรัง
สิ่งสำคัญคู่บ้านคู่เมือง
          พระพุทธสิหิงค์เมืองตรัง พระพุทธสิหิงค์ในเมืองไทย ถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง มีอยู่ไม่กี่แห่งเช่น กรุงเทพ ฯ เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช แต่ละองค์มีตำนานแตกต่างกันออกไปบ้าง แต่ที่ตรงกันคือ กล่าวถึงที่มาดั้งเดิมว่ามาจากลังกา ต่อมามีพระพุทธสิหิงค์สกลุช่างนครศรีธรรมราช สังเกตุได้ว่า เมืองที่มีพระพุทธสิหิงค์ส่วนใหญ่เป็นเมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางการปกครอง
ตำนานพระพุทธสิหิงค์เมืองตรัง เกี่ยวกันกับตำนานนางเลือดขาวของเมืองพัทลุง ที่กล่าวว่า นางเลือดขาวได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์จากลังกา ผ่านมาทางเมืองตรัง และสร้างวัดขึ้น ณ ริมคลองนางน้อย เพื่อประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ให้ชื่อว่า วัดพระศรีสรรเพชญพุทธสิหิงค์ ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลนาโยง อำเภอนาโยง ในประวัติกล่าวว่า สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๒๐๐
          ลักษณะขององค์พระพุทธสิหิงค์เมืองตรัง เป็นพระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย หน้าตักกว้างประมาณ ๑๒ นิ้ว พระเกศมาลาเป็นรูปบัวตูม ชายสังฆาฏิอยู่เหนือพระอุรา องค์พระล่ำสัน พระพักตร์อิ่มเอิบ แบบผลมะตูม ฐานเขียงซ้อนกันหลายชั้น ชั้นล่างสุดของฐานพระ จะมีโลหะหล่อยื่นออกมาทั้งซ้ายขวา มีรูปทั้งสองข้าง ด้านหลังองค์พระมีห่วงสองห่วง สันนิษฐานว่า เป็นที่ใช้เสียบฉัตร
          ศาลหลักเมืองตรัง ตั้งอยู่ที่ตำบลควนธานี อำเภอกันตัง สถานที่ตั้งนี้อยู่ในบริเวณที่ตั้งเมืองเก่า ที่ตั้งศาลหลักเมืองเดิมเป็นเพิงเล็ก ๆ เสาหลักเมืองมีจอมปลวกขึ้นจนมองไม่เห็นตัวเสา เมื่อถึง พ.ศ.๒๕๐๔ - ๒๕๐๕ ทางจังหวัดได้สร้างศาลาจตุรมุขขึ้นแทนเพิงเก่า
          ในปี พ.ศ.๒๕๓๕ ทางจังหวัดเริ่มโครงการบูรณะศาลหลักเมืองตรัง โดยสร้างอาคารศาลหลักเมืองเป็นอาคารทรงไทยจตุรมุข และจัดทำยอดเสาหลักเมืองใหม
          พระแสงราชศัสตราประจำเมืองตรัง เมื่อพระมหากษัตริย์พระราชทานนามพระแสงราชศัสตราแก่ผู้ใด หมายความว่า มีพระราชประสงค์ให้บุคคลนั้น มีอำนาจสิทธิขาดในการปฏิบัติราชกิจแทนพระองค์ในวาระสำคัญต่าง ๆ เช่น การทำศึกสงคราม หรือการปกครองดูแลหัวเมืองต่างพระเนตรพระกรรณ พระแสงราชศัสตรา จึงถือเป็นพระแสงดาบอาญาสิทธิ์
          ธรรมเนียมการพระราชทานพระแสงราชศัสตรา เพิ่งมีหลักฐานปรากฎชัดในสมัยอยุธยา สืบทอดมาจนเลิกไปในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นสมัยเดียวกันกับการยกเลิกประเพณีพระราชทานเครื่องยศสำหรับผู้ว่าราชการเมือง ในเครื่องยศนั้นจะมีกระบี่หรือดาบรวมอยู่ด้วย กระบี่นี้ใช้เป็นเครื่องแทงน้ำในการประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา
            ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริ จะฟื้นฟูธรรมเนียมการพระราชทานพระแสงราชศัสตราไว้ประจำเมืองต่าง ๆ เพื่อเป็นเครื่องหมายแทนพระองค์และใช้สำหรับแทงน้ำในพิธีถือน้ำ ฯ เป็นสำคัญ แต่ไม่มีอำนาจสิทธิ์ขาดที่จะใช้ลงโทษเหมือนพระแสงดาบอาญาสิทธิ์ในสมัยก่อน
มีประเพณีว่า เมื่อพระมหากษัตริย์เสด็จไปประทับแรมในเมืองใด เมื่อใด ให้ถวายพระแสงราชศัสตรา มาไว้   ประจำพระองค์ตลอดเวลาที่ประทับอยู่ในเมืองนั้น
          จังหวัดตรัง ได้รับพระราชทานพระแสงราชศัสตรา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๘ ลักษณะเป็นพระแสงดาบทอง ฝักทอง ทอดบนพระแว่นฟ้า เป็นดาบไทยฝีมือช่างหลวง มีคำจารึกชื่อเมืองตรัง บนใบพระแสงทั้งสองด้าน